ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับสมุนไพรจีน

ยาสมุนไพรจีน

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เมื่อร่างกายคนเราเกิดอาการเจ็บป่วยจะสามารถแบ่งภาวะโรคได้เป็น 4 ภาวะคือ ภาวะเย็น ภาวะร้อน ภาวะแกร่ง และภาวะพร่อง โดยมีลักษณะการแสดงออกอยู่ทางด้านบน ด้านล่าง ภายนอกและภายใน แตกต่างกัน ด้วยเพราะเหตุนี้ยาสมุนไพรจีนที่นำมารักษาโรคต่างๆ จึงได้แบ่งหมวดหมู่เป็นฤทธิ์ทั้ง4 กับรสทั้ง 5 การเข้าเส้นลมปราณและกลไลการออกฤทธิ์ของยาใน 4 รูปแบบ (ข้างบน ข้างล่าง เข้าใน ออกนอก) เมื่อแยกแยะภาวะของโรคและเข้าใจถึงสภาพของการเจ็บป่วยแล้ว ก็จะสามารถจับประเด็นการรักษาได้อย่างถูกต้้อง ดันนั้นก่อนจะเลือกใ้ช้ยา จึงจะเป็นต้องรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะพิเศษรวมถึงสรรพคุณต่างๆ ของตัวยาได้ดี เพื่อให้การรักษาโรคได้ผลดี และสามารถปรับสมดุลแก่ร่างกายได้ถูกต้อง

ฤทธิ์ทั้ง 4 กับรสทั้ง 5

ฤทธิ์ทั้ง 4 กับรสทั้ง 5 หมายถึง ฤทธิ์ยาและรสชาติของสมุนไพร

ฤทธิ์ทั้ง 4 ได้แก่ เย็น ค่อนเย็น ร้อน และอุ่น (ยาบางตัวที่ออกฤทธิ์กลางๆ หรือร้อนเย็นไม่แจ่มชัด) การจะแยกแยะฤทธิ์ของตัวยาแต่ละตัวนั้น เป็นผลจากจากการตอบสนองต่อการรักษาของตัวยานั้นๆ ที่มีต่อร่างกายเช่น ตัวยาสำหรับรักษาภาวะเย็นจะเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ยาอุ่นและร้อน ตามหลักการใ้ช้ยาที่ว่า “ผู้ที่มีภาวะร่างกายร้อน ให้รักษาด้วยยาที่เย็น ผู้ที่มีภาวะร่างกายเย็น ให้รักษาด้วยยาที่ร้อน

รสทั้ง 5 ได้แก่ เผ็ด หวาน เปรี้ยว ขม เค็ม การแยกแยะรสทั้ง 5 นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการชิม นอกจาก 5 รสชาตินี้แล้ว ยังมีรสจืดและรสฝาด ตัวยาที่มีรสจืดจะจัดเข้าไปรวมอยุ่กับตัวยาที่มีรสหวาน และตัวยาที่มีรสฝาดนั้นจัดเข้าไปอยู่กับตัวยาที่มีรสเปรี้ยว (โดยทั่วไปเรียกว่ารสทั้ง5) รสยาที่แตกต่างกันก็จะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่นตัวยาทีี่มีรสเผ็ดจะมีส่วนผสมของน้ำมันระเหย ซึ่งมีสรรพคุณช่วยในการกระจายขับเคลื่อนพลัง ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนเช่น (Sheng Jiang) ยาเชิง เจียง (ขิงสด), (cong bail) ชง ไป๋ และ (Su ye) ชู แย่ ล้วนสามารถช่วยขับเความเย็น ขับเหงื่อ แก้ไข้หวัดได้

ตาราง 4 ฤทธิ์ยา

ตาราง 4 ฤทธิ์ยา สมุนไพรจีน1

ตาราง 4 ฤทธิ์ยา ยาสมุนไพรจีนตาราง รส  ทั้ง 5

ตารางรสทั้ง 5 ยาสมุนไพรจีน ตารางรสทั้ง 5 ยาสมุนไพรจีน 2

การเข้าเส้นลมปราณ (ุกุยจิง)

ตามหลักแพทย์แผนจีน โรคเป็นปรากฎการณ์ที่แสดงออกถึงความผิดปกติของอวัยวะภายใจ(จั้งฝู่)และเส้นลมปราณต่างๆ ยาสมุนไพรจะสามารถเข้าไปแสดงบทบาทต่ออวัยวะใดหรือเส่นลมปราณใดที่เรียกว่า “การเข้าเส้นลมปราณ” นั้นได้สรุปมาจากผลของการรักษาของตัวยานั้นๆ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าเส้นลมปราณของตัวยาแต่ละตัวจึงมีประโยชน์ต่อการเลือกใช้ยาได้อย่างถูกต้อง

จากประสบการณ์การเลือกใช้ยาของคนรุ่นก่อน ได้ค้นพบว่าตัวยาบางตัวจะมีสรรพคุณที่พิเศษจำเพาะต่ออวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง หรือหลายอวัยวะ ยาสมุนไพรแต่ละตัวจะเข้าเส้นลมปราณเส้นใดเส้นหนึ่ง หรือหลายเส้นในร่างกายที่แน่นอน แต่กลับไม่มีผลอย่างเห็นได้ชัดต่อเส้นลมปราณอื่นๆ กล่าวโดยทั่วไปแล้ว สมุนไพรจีนจะมีผลต่อเส้นลมปราณในร่างกายมากกว่าหนึ่งเส้นลมปราณ ตัวอย่างเช่น

  • ตัวยา (dang shen) ตั่ง เซิน เข้าเส้นปอดและม้าม แสดงว่ายาตัวนี้ไม่เพียงแต่ขะสามารถบำรุงพลังของปอด แต่ยังช่วยบำรุงพลังของม้ามได้อีกตัว
  • ตัวยา (gan cao) กันเฉ่า, (fu zi) ฟู่จื่อ สามารถวิ่งเข้าเส่นลมปราณได้ทั้ง 12 เส้น

นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรจีนบางตัวที่ไม่สามารถวิ่งเข้าเส่นลมปราณหรืออวัยวะจั่งฝู่ได้โดยตรง แต่มีสรรพคุณในการชักจูงให้ตัวยาอื่น เข้าสู่้อวัยวะหรือเส้นลมปราณได้ ยาจำพวกนี้จะมีชื่อว่า “ยาชักจูงเข้าเส้น” ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มฤทธิ์ยาในการรักษาต่ออวัยวะหรือเส้นลมปราณต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • ตัวยา (huainiuxi) หวย หนิว ซี สามารถักจูงยาอื่นให้วิ่งไปส่วนล่างของร่างกาย ดังนั้นเมื่อต้องการรักษาอาการปวดข้อหรือร่างกายท่อนล่าง จึงต้องเลือกใใช้ตัวยานี้ร่วมด้วย
  • ตัวยา (guizhi) กุ้ยจื เป็นยาช่วยชักจูงตัวยาอื่นให้เข้าเส้นลมปราณหัวใจ ใช้สำหรับรักษาอาการจุกแน่นหน้าอก ใจสั่น เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาตัวอื่นจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาเพิ่มขึ้น

ทฤษฎีการเข้าเส้นลมปราณนั้น เป็นหนึ่งในหลักการของการเลือกใช้สมุนไพรของแพทย์แผนจีน ตัวอย่างเช่น

  • ตัวยา (huang lian) หวง เหลียน จะเข้าเส้นลมปราณหลักคือ เส้นลมปราณหัวใจช่วยขับความร้อนของหัวใจ คลายความหงุดหงิด ช่วยให้จิตใจสงบ

เนื่องด้วยอวัยวะและเส้นลมปราณภายในร่างกายมีความเชื่อมโยงกันและส่งผลกระทบต่อกัน ดังนั้นการเลือกใช้ยาเข้าเส้นลมปราณต่างๆ คำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ด้วย

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดและการทำงานของม้ามหรือกระเพาะอาหารพร่อง(ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ) นอกจากจะต้องใช้ยาที่เข้าเส้นลมปราณปอดแล้วนั้น ควรเลือกใช้ยาทีช่วยปรับระบบการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารร่วมด้วย ถ้าระบบการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารปกติดี ก็จะช่วยกระตุ้นให้การทำงานของปอดดีขึ้นด้วย ถือได้ว่าเป็นการรักษาที่ถูกต้อง
  • ในทำนองเดียวกัน ตัวยาที่มีสรรพคุณในการขับระบายความร้อนภายในร่างกาย ยาบางตัวจะเข้าเส้นลมปราณหัวใจ จะช่วยขับความร้อนของหัวใจเช่น ตัวยา (huang lian) หวงเหลียน

ดังนั้นเวลาเลือกใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรค ต้องคำนึงถึงการเข้าเส้่นลมปราณร่วมกับฤทธิ์ยาและรสยา ตลอดจนกลไลการออกฤทธิ์ของยา เพื่อให้การเลือกใช้ยาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กลไกการออกฤทธิ์ของยา :

การขึ้นบน ลงล่าง ออกด้านนอก เข้าด้านใน

ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของพลังในตัวยา (การขึ้นบน ลงล่าง ออกด้านนอก เข้าด้านใน ของสมุนไพรจีน) ได้กำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยจินหยวน (ประมาน ค.ศ. 1115 – ค.ศ. 1368) ในช่วงสมัยนั้นได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับทฤษฎีนี้กับความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศใน 4 ฤดูกาล

ท่านจางหยวนซู่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเรื่อง “อีเสวฉี่หยวน” เกี่ยวกับหลักการนี้ โดยมีเนื้อหาใจความสรุปว่า

การขึ้นบน หมายถึง ไปสู่ด้านบน เพิ่ม ดึง ทำให้ขึ้นสูง เป็นยาที่ช่วยรักษาภาวะพลังจมตกลงเบื้องล่างเช่น พลังอ่อนแอ ทำให้เกิดมดลูกหย่อนหรือทวารหนักส่วนปลายโผล่ที่อื่น

การลงล่าง หมายถึง ไปสู่ด้านล่าง เลื่อนลง ขับลง เป็นยาช่วยรักษาพลังต่างๆที่ย้อนขึ้นข้างบน เช่น อาการอาเจียน คลื่นไส้ หอบหืด

การเข้าออกด้านนอก หมายถึง กระจายออกมา เป็นยาช่วยรักษาโรคที่อยู่ในระดับิวภายนอกเช่น โรคหวัด

การเข้าด้านใน หมายถึงการเก็บพยุง ดึงรั้งเช่น ทำให้หยุดถ่าย ปัสสาวะน้อยลง หยุดเหงื่อ เป็นยารักษาโรคที่อยู่ในส่วนลึกภายในร่างกาย

เมื่อสมุนไพรเข้าไปในร่างกายคนเราก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของพลัง 4 แบบ

  1. การเคลื่อนไหวขึ้นข้างบน เพื่อยกพลังที่ตกลงให้ขึ้นบน
  2. การเคลื่อนไหวลงล่าง เพื่อดึงพลังที่ไหลย้อนขึ้นบนให้ลงล่าง
  3. การเคลื่อนไหวออกนอก เพื่อกระจายโรคที่อยู่ภายนอก
  4. การเคลื่อนไหวเข้าใน เพื่อการพยุง ดึงรั้ง รักษาโรคที่อยุ่ภายใน

สภาพพลังเจ็บป่วยของคนเราสามารถแบ่งเป็น ขึ้นบน ลงล่าง ออกสู่ภายนอก และเข้าสู่ภายใน ขณะเดียวกันการดำเนินโรคยังเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะของการขึ้นบน ลงล่าง ออสู่ภายนอก เข้าสู่ภายใน ได้เช่นเดียวกัน

ขึ้นบน เช่น อาการอาเขียน ไอ หอบหืด

ลงล่าง เช่น ท้องเสีย ทวารหนักส่วนปลายโผล่ที่ยื่น ประจำเดือนออกผิดปกติในสตรี

ออกสู่ภายนอก เช่น มีเหงื่อลักออก เหงื่อออกเองโดยไม่รู้ตัว

เข้าสู่ภายใน เช่น อาการปวดศรีษะ ขี้หนาว ฝันเปียก

การรักษาจึงต้องเลือกสมุนไพรที่สอดคล้องกับสภาพและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโรค เพื่อเป็นการแก้ไขอาการอย่างถูกต้องและผลดี

สรรพคุณของการขึ้นบน ลงล่าง

ออกสู่ภายนอก เข้าสู่ภายใน ของยาสมุนไพร

สรรพคุณการเคลื่อนไหวของพลังยาทั้ง 4 แบบ มีความสัมพันธ์อย่างมากกับฤทธิ์ยาและรสยา สรุปให้ง่ายแบ่งเป็น 2 ประเภทเท่านั้นได้แก่

  • ตัวยาขึ้นบนและออกข้างนอก
  • ตัวยาลงล่างและจมเข้าใน

ผู้ที่่มีโรคภายนอกหรือโรคอยู่ส่วนบนของร่างกายเช่น ไข้หวัดลมหนาวที่เิกิดจากการกระทบจากปัจจัยภายนอก ควรใช้ตัวยาที่มีผลขึ้นบนและกระจายออกนอก เช่น (sheng jiang) เซิงเจียง(ขิงสด), (gui zhi) กุ้ยจือ โดยทำให้เหงื่อออก ขับเสียชี่ (ปัจจัยก่อโรค) ออกมาจากร่างกาย

ผ้ที่มีโรคอยู่ภายใน หรือโรคอยู่ส่วนล่างของร่างกาย เช่น ท้องผูก ควรที่จะใช้ตัวยาดึงลงล่างและระบางลง เช่น ยา (da huang) ต้าหวง, (mang xiao) หมางเซียว เพื่อไปทะลวงภายในลงข้างล่าง

ความรู้เรื่องยาสมุนไพรจีน4

เข้าใจสภาพร่างกาย

เพื่อการเลือกใช้ยาสมุนไพรรอย่างถูกต้อง

มีำคำกล่าวที่ว่า “เลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับอาการ” คำพูดนี้ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงการรักษาตามอาการของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเลือกใช้ยาที่ถูกต้องจะต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายของแต่ละคน จึงจะเป็นการรักษาที่ได้ผลอย่างแท้จริง

อาการของโรคนั้นมีหลากหลายรูปแบบ สมุนไพรก็มีหลายชนิด ในเมื่อร่างกายของแต่ละคนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ฮะนั้นในการรักษาโรคหรือการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงด้วยสมุนไพรจีน จึงต้องคำนึงถึงตัวยาที่่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคนเป็นหลัก การรักษาโรคและบำรุงร่างกายจึงจะได้ผลอย่างแท้จริง

แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างกลมกลืน ระหว่างร่างกายกับสภาพแวดล้อมรอบตัว สภาพร่างกายของแต่ละคนมีความเกี่ยวข้องกับรากฐานทางกรรมพันธุ์ และผลกระทบของสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆร่วมกัน โดยทั่วไปร่างกายที่เติบโตและพัฒนาขึ้น ได้ก่อให้เกิดสภาพร่างกายแบบต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลัก ได้่แก่ เย็น ร้อน แกร่ง และพร่อง

สภาพร่างกายมิใช่ จะคงที่และไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามการเปลี่ยนแปลงของอากาศ สภาพแวดล้อม อาหารการกินรวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละคน กล่าวสำหรับสุภาพสตรี ยังมีปัจจัยที่ทำให้สภาพร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงได้อีก โดยเฉพาะการได้รับผลกระทบจากลักษณะทางสรีระและรอบของประจำเดือน

หากต้องการทราบว่าสุขภาพของคุณเป็นอย่างไร นอกจากจะไปตรวจเช็คสุขภาพกับแพทย์แผนจีนแล้ว คุณยังสามารถตรวจสอบได้จากอาการของตัวเองในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตามตารางแบบทดสอบที่จะได้กล่าวต่อไป ค้นหาและแยกแยะว่าสภาพร่างกายของคุณเป็นแบบไหน ภาวะเย็น ภาวะร้อน ภาวะแกร่ง หรือภาวะพร่อง โดยเปรียบเทียบพิจารณาพิเคราะห์ระหว่างร่างกายคุณเป็นภาวะแบบไหนมากที่สุด เพื่อหาข้อสรุป

เมื่อเข้าใจถึงสภาพร่างกายของคุณเองแล้ว จึงค่อยมาทำการรักษาตามหลักของตำราโบราณที่ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้มีภาวะร้อน ให้รักษาด้วยยาที่มีฤทธิ์เย็น ผู้ที่มีภาวะเย็น ให้รักษาด้วยยาที่มีฤทธิ์ร้อน ผู้ที่มีภาวะแกร่ง ให้รักษาด้วยการระบาย ผู้ที่มีภาวะพร่อง ให้รักษาด้วยการบำรุง ทำได้เช่นนี้ จึงจะบรรลุเป้าหมายในการรักษาหรือการบำรุงร่างกาย

ความเข้าใจสภาพร่างกายที่ถูกต้อง ร่วมกับความรู้ในฤทธิ์ทั้งสี่ รสทั้งห้า การเข้าเส้นลมปรราณ และกลไกการออฤทธิ์ของยาเป็นอย่างดี จะทำให้เราสามารถเลอกใช้ตัวยาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายได้มากที่สุด เพื่อการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย การใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสภภาพร่างกาย นอกจากโรคจะไม่หายแล้ว กลับจะยิ่งเป็นหนักขึ้น แทนที่ร่างกายจะแข็งแรง กลับทำให้ยิ่งทรุดหนัก “เสมือนกับเสื้อผ้ายิ่งปะ รูยิ่งโต”

วิธีตรวจสอบสภาพร่างกาย 4 ภาวะ

ทำเครื่องหมายเพื่อเลือกลักษณะการแสดงออกต่างๆ ที่เด่นชัดของร่างกายซึ่งตรงกับตัวคุณมากที่สุด แบบทดสอบที่ถูกเลือกมากที่สุด นั่นคือลักาณะภาวะร่างกายของคุณ

1. คุณเป็นคนที่ร่างกายมีภาวะร้อนหรือเปล่า

  • ปากแห้งง่าย และชอบดื่มน้ำบ่อยๆ มีฝ้าสีเหลืองบนลิ้นมาก
  • หน้าแดง ตาแดงได้ง่าย มือและขามักจะร้อน
  • ร้อนใน อักเสบ ปัสสาวะปริมาณน้อยและมีสีเหลืองเข้ม
  • ปากคอแห้ง มักจะชอบดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเย็นๆ
  • อารมณ์เสียและหงุดหงิดได้ง่าย
  • มักจะท้องผูกเป็นประจำ อุจจาระมีลักษณะแห้ง
  • ชอบเป่าลมเย็นๆ ไม่ชอบความร้อนและอากาศร้อน
  • สุภาพสตรีที่รอบของประจำเดือนมักจะมาเร็วกว่าปกติ

เคล็ดลับการปรับสมดุลและดูแลสุขภาพ

ควรรับประทานยารหืออาหารที่มีฤทธิ์เย็นหรือค่อนเย็นอย่างเหมาะสม จำสามารถช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิดและอาการร้อนได้ เช่นยา หวง เหลียน, หวง ป้อ, หวง ฉิน, ต้า หวง, จือ หมู่, หลง ต่าน เฉ่า

2. คุณเป็นคนที่ร่างกายมีภาวะเย็นหรือเปล่า

  • รู้สึกหดหู่ ไร้เรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหว
  • สมรรถภาพในการทำงานของร่างกายเสื่อมถอย
  • อุณภูมิในร่างกายค่อนข้างต่ำ มือและเท้าเย็น
  • ขี้หนาว กลัวความเย็น
  • สุภาพสตรี มีตกขาวมาก ประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนด และมีประจำเดือนเป็นก้อน
  • ใบหน้าและริมฝีปากซีดเซียว
  • มีภาาวะโลหิตจาง
  • ท้่องเสียหรือถ่ายเหลวบ่อยๆ
  • ชอบทานของร้อน และดื่มน้ำร้อน
  • ปัสสาวะมีปริมาณมากและมีสีใส
  • ฝ้าบนลิ้นขาวนุ่ม ลิ้นมีสีค่อนไปทางซีด

เคล็ดลับการปรับสมดุลและดูแลสุขภาพ

ควรบริโภคตัวยาหรืออาหารที่มีฤทธิ์อุ่นหรือร้อนอย่างเหมาะสม จะสามารถปรับระบบการทำงานภายในร่างกาย เพิ่มพลังแก่ร่างกาย ตัวอย่างยาเช่น เผ้า ฟู่ จื่อ, กัน เขียง, โร่ว กุ้ย

3. คุณเป็นคนที่ร่างกายมีภาวะแกร่งหรือเปล่า

  • พูดเสียงดังกังกวาน พลังเสียงเยอะ
  • กล้ามเนื้อแน่น ร่างกายแข็งแรง
  • ดดยทั่วไปจะเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลัง และมีการเคลื่อนไหวของร่างกายมาก
  • มีเหงื่อออกมา
  • มักจะชอบมีปัญหาเรื่องท้องผูกและท้่องอืดบ่อยครั้ง
  • ทนหนาว ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าหนาๆ
  • ปัสสาวะน้อย สีเข้ม
  • ภูมิคุ้มกันดี เป็นคนขี้ร้อน
  • ตอนกลางคืนมักจะนอนหลับไม่สนิท หรือมักจะนอนไม่่หลับ
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวณ
  • ฝ้าบนลิ้นหนาและมีปริมาณมาก บางรายมีกลิ่นปากเหม็น

เคล็ดลับการปรับสมดุลและดูแลสุขภาพ

ผู้ที่ร่างกายมีภาวะแกร่งนั้น ระบบขับพิษในร่างกายจะทำงานไม่ค่อยดี ร่างกายจะเก็บความร้อนได้ง่าย ควรบริโภคอาหารหรือยาที่มีฤทธิ์เย็น หรือช่วยในการถ่าย จะสามารถช่วยแก้ร้อนใน แก้อักเสบ ขับพิษ ตัวอย่างยาเช่น ซัง เซิ่น, ป้อ เหอ, ปั้น จือ เหลียน, อี้ อี่ เหริน

4. คุณเป็นคนที่ร่างกายมีภาวะพร่องหรือเปล่า

ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรจีน5

ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรจีน6

กลับไปบนสุดเกร็กคู